ความรักพระเอกดัง "ป๋อ" ณัฐวุฒิ สกิดใจ
       เป็นดาวรุ่งที่พุ่งแรง แค่เพวลาเพียงปีเศษ ๆ พระเอก "ป๋อ" ณัฐวุฒิ สกิดใจ แสดงละครถึง
6 เรื่อง "เก็บแผ่นดิน", "ดั่งสวรรค์สาป","ฆาตรกรกามเทพ", "ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน", "จิตสังหาร" "สาวน้อย"มีทั้งคนชอบที่จะได้ชมผลงานพระเอกในดวงใจที่เขากำลังปลื้ม อีกส่วนหนึ่งก็เป็นห่วงว่าหน้าซ้ำเกินไปหรือเปล่า เกินกำลังของตนเองไปหรือไม่


วันนี้ลุยไปหาเขาถึงลาดหลุมแก้ว ในกองถ่าย "สาวน้อย" ซึ่งป๋อให้เหตุผลในเรื่องนี้ว่า

"ผมพูดในฐานะที่เป็น "ลูกจ้าง" เราคิดว่าผู้ใหญ่คงตัดสินใจดีแล้วทุกคนก็พูดกับผมอย่างนี้เหมือนกันแต่จริง ๆ ผมฟังจากผู้ใหญ่มาผู้ใหญ่ก็เหมือนจะบอกว่าให้เรื่องการถ่ายทำถ่ายไปได้ แต่การออนแอร์มันคนละเรื่องกัน มันอยู่ที่ช่อง 7 อยู่แล้วว่าจะเอาเรื่องนี้ไปลงตอนไหนมันไม่ได้หมายความว่าถ่ายไปแล้วต้องออนแอร์เลย"

"ตอนนี้ผมคิดว่าถ้าจบเรื่อง "จิตสังหาร" และ "สาวน้อย" ก็จะพักแล้วหละอยากพักมากเลยครับ เพราะทำงานติด ๆ กันมาตลอด คิดเล่นเกินลิมิตของตัวเองไปเหมือนกัน เหนื่อยมากทุกคนที่อยู่กองถ่ายจะรู้ว่าผมใช้ชีวิตในหนึ่งอาทิตย์อยู่กับกองถ่ายผมเป็นอย่างนี้มา 5 เดือน แล้วผมแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเองคือชีวิตผมจะสนิทกับคนในกองถ่ายมากกว่าแต่บางทีจะเห็นผมไปเดินที่โน่นที่นี่บ้างเพราะพยายามที่จะไม่อยู่กับตรงนี้มากเพราะชีวิตมันจะจำเจเกินไปบางทีมีงานวันเกิดเพื่อนกองถ่ายเลิกสี่ทุ่มผมก็ไปงานเพื่อนต่อ อยากเจอเพื่อนอยากเปลี่ยนบรรยากาศเหมือนรีเฟรสสมองตัวเองให้สดชื่นขึ้นได้เจอเพื่อน ๆ คุยกันเรื่องอื่นบ้าง คือไม่ใช่ว่าที่กองถ่ายไม่ดีนะครับ ดี..แต่ว่าเวลาคนเราทำงานก็ต้องการจะมีเวลาพักผ่อนเหมือนกันอาจจะไม่ใช่นอนอย่างเดียว แต่ทำอะไรก็ได้ ในสิ่งที่ตัวเองชอบ"

ตั้งใจจะพัก แต่จะได้พักหรือเปล่านั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

"คราวที่แล้วก็ตั้งใจอย่างนี้แหละ จริง ๆ ผมคือลูกจ้าง ผมเซ็นสัญญากับช่อง 7 ด้วย หัวหน้าสั่งมาให้ผมทำงาน โดยระบบการทำงานจริง ๆก็เหมือนพนักงานบริษัททั่วไป คือเราก็ทำงานในสิ่งที่หัวหน้ามอบหมายมาให้ถึงแม้เราจะอยากทำหรือไม่อยากทำ แต่ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า สิ่งที่เขาให้มาคือ คัดเลือกมาแล้วว่ามันเป็นสิ่งดีสำหรับเรา และ เหมาะสมสำหรับเรา เราก็รับไว้และทำอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด เต็มความสามารถ ถ้าจะเหนื่อยหน่อยก็ไม่เป็นไร ทำงานทุกอย่างมันต้องเหนื่อย

แล้วเรื่องความรักของป๋อ กับ แฟนสาว แอร์โฮสเตส มีข่าวว่าเลิกกันแล้วข้อเท็จจริง
มันเป็นอย่างไร?

"ความรักของผม ผมกำลังประคับ ประคองอยู่ แต่ก็อย่างเพิ่งพูดถึงเลยนะ ผมก็ไม่อยากให้เขามองว่าสร้างภาพว่ายังคบกัน มันยังไงล่ะผมก็ยังสับสนอยู่เหมือนกันผมยอมรับผมถึงไม่สามารถให้คำตอบได้แต่ผมพยายามจะทำให้มันดีที่สุด แต่ว่าทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับพรมลิขิตด้วย และหลาย ๆ อย่าง.... ความรักของผมสำคัญ และ วิเศษมันเป็นเรื่องส่วนตัวที่มีค่ามากจะรักหรือจะเลิกผมไม่อยากให้มันเป็นสาธารณะมากเกินไปเพราะว่าผู้หญิงน่าสงสารและน่าเห็นใจ ตอนรักกันคนก็ชื่นชมตอนเลิกกันคนก็ต้องถามทำไมเลิกกันทั้งนี้ ทั้งนั้นผู้หญิงคือผู้เสียเปรียบ แต่ปัญหาทุกคนเกิดหมด แต่เราไม่มีหน้าที่จะแจกแจงปัญหาให้ใครรู้ ต้องขอโทษบางทีอึดอัดพอสมควร

คนเรามันอยู่ที่ความเข้าใจ การที่ทำให้คนสองคนเข้าใจกันในช่วงชีวิตหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก อยู่ที่ว่าคนสองคนจูนเข้าหากันได้หรือเปล่า ถ้าได้ก็จบ ผมว่าเป็นอย่างนี้ทุกคู่แต่ถ้าเกิดมันไม่ได้มันก็ไม่ใช่ว่าใครผิด ใครถูก ทุกคนต้องมีทางออกของตัวเองและเป็นไปตามวิถีของมัน คือเรื่องปกติ"

ใครได้สัมผัสและใกล้ชิด ป๋อ ณัฐวุฒิ จะรู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไรจากผลงานทั้ง 6เรื่อง และชื่อเสียงที่โด่งดัง จากวันแรกที่เข้าวงการ ถึงวันนี้ปีเศษพูดได้ว่าเขาเหมือนเดิม เสมอต้นเสมอปลาย ไม่ใช่ดาราที่ดังแล้วหยิ่งเหมือนที่เคยเจอมา

"ผมเป็นอย่างนี้มานานแล้ว ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นอะไรมากไปกว่านี้ผมใช้ชีวิต 24 ปี ก็พอสมควร ไม่ใช่เด็ก และก็ไม่แก่ เพียงแต่โตขึ้นและรู้ว่าควรจะเสพสุขกับสิ่งเหล่านี้มากน้อยขนาดไหน และ เอามาเป็นปัจจัยในชีวิตมากหรือน้อยขนาดไหน ผมเข้าวงการไม่ได้หลงใหลว่าชื่อเสียงมันคืออะไร ผมแค่คิดว่าผมทำงานและได้เงินมาเลี้ยงชีพทำบ้านให้พ่อแม่ผมอยู่ที่เพชรบุรี ผมคิดแค่นี้เองคิดง่ายมากทำงานเก็บเงินแค่นี้เอง ไม่ได้หลงไหลแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถูกว่าได้ยังไงว่าดังแล้วหยิ่งก็ว่ากันไม่ได้เพราะเป็นหน้าที่ของเขา ทุกอย่างมีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเป็นเรื่องธรรมดา....ผมไม่อยากจะไปโทษใครหรือว่าใครก็ตามแต่อาจจะเป็นอย่างที่ผมบอกพองานเราเยอะเข้า เราไม่สามารถสนองตอบความต้องการของคนได้ทุกคน พอเราไม่สามารถตอบสนองตอบความต้องการของคนได้ทุกคนไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนสมัยก่อน เนื่องจากว่างานเรามากขึ้น ความรับผิดชอบเรามากขึ้น มีสิ่งที่เราต้องทำมากขึ้น และ มีปัจจัยหลาย ๆอย่างที่ทำให้เราตอบสนองคนไม่ได้ทั้งหมด อาจจะเกิดความไม่พอใจเกิดความรู้สึกว่า เอ๊ะ...ทำไมเมื่อก่อนทำได้แล้ว แล้วเดี๋ยวนี้ทำไม่ได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าย้อนดูภาพจริง ๆ ทั้งหมดทุกคนเปลี่ยนไปหมด มันไม่ใช่เป็นเฉพาะนักแสดงผมไม่ได้บอกว่าผมไม่เปลี่ยนไปเลยผมโตขึ้นผมมาอยู่วงการนี้ปีกว่า - 2 ปี ซึ่งผมรู้ว่าการเล่นละครเล่นนยังไงมากขึ้น ผมเห็นความสำคัญของทีมงานมากขึ้นทุกคนมีความสำคัญผมเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อย ตอนเข้ามาใหม่ ๆอาจจะยังไม่เห็นภาพ ภาพมันจะเบลอ ๆ พอเข้ามาอยู่นานเข้า เราเห็นชัดอ๋อ..มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ทุกคนต้องเปลี่ยนไปอยู่แล้ว..แต่คำว่า "ดังแล้วหยิ่ง"ผมว่าเป็นศัพท์ทางหนังสือพิมพ์มากกว่า ผมไม่ต้องการไปแก้อะไร เพราะผมเชื่อว่าคนที่ใกล้ตัวผมทั้งหมดทั้งพี่ ๆนักข่าวบันเทิงที่ได้สัมผัสผม แฟน ๆ ละครเพื่อนนักแสดงทีมงานรู้อยู่แล้วว่าผมเป็นคนยังไง"

...รู้ว่าเป็นหนุ่มปริญญาโทรูปหล่อ นักเรียนนอกไม่วางฟอร์ม ติดดิน นิสัยน่ารักไง๊...

จากหนังสือภาพยนตร์บันเทิง
ประจำวันที่ 20 - 26 มีนาคม 2545

ขอบคุณ พี่นะ ผู้ส่งข่าวให้