สัมภาษณ์พิเศษจากนิตยสารดาราภาพยนตร์
           จำได้ว่าตอนที่มีโอกาสได้กระทบไหล่พูดคุยกับ พระเอกหนุ่มหน้าเข้ม "ป๋อ" ณัฐวุฒิ สกิดใจ ครั้งแรกรู้สึกประทับใจ ในความเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ ติดดินของเขา มาวันนี้ต้องยอมรับว่าชื่อเสียงของพระเอกหนุ่มคนนี้กำลังออกอากาศอยู่ "ฆาตกรกามเทพ" ก็ล้วนแต่เป็นที่ยอมรับทำให้ความนิยมชื่อเสียงของหนุ่มป๋อพุ่งแรงมากโดยพิสูจน์ได้จากเวลาที่แฟน ๆ ได้เห็นพระเอกหนุ่มคนนี้ แต่หนุ่มป๋อ ที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ยังยิ้ม และหัวเราะอย่างร่าเริงและตอบคำถามทุกคำถามอย่างเป็นกันเอง ซึ่งเอาเป็นว่าการจับเข่า คุยครั้งนี้กับพระเอกหนุ่มคนนี้ มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ถ้าอยากรู้คงต้องติดตามอ่านกันเลยดีกว่า
เป็นอย่างไรบ้างกับชื่อเสียงที่ได้รับ
สำหรับความรู้สึกก็ยอมรับว่าจะต้องรู้สึกดีแน่นอนมันเป็นช่วงที่เหมือนกับไปสู่อีกจุดหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ก็พยายามทำงานออกมาให้ เป็นมาตรฐานมากขึ้น งานจึงต้องมีการพัฒนาการมากขึ้นไปด้วย
เนื่องจากว่าตอนนี้มีคนเฝ้าดูอย่างมากมาย ผมก็เลยต้องพยายามทำงาน ให้ดีที่สุด ซึ่งผมยอมรับว่าจากการที่ได้รับความนิยมมากมันก็ทำให้ผมรู้สึกว่าเหมือนมีชนักติดหลัง เพราะว่าพอขึ้นไปแล้วก้เหมือนกับลงไม่ได้แล้ว และก็ทำให้เราต้องพยายามทำงานให้ดีเรื่อย ๆ หรือย่างน้อยที่สุดก็ต้องพยายามให้อยู่ในระดับเดิม แต่ผมว่าถ้าอยู่ในจุดนี้มันดูจะผิดพลาดเพราะ ความจริงเราต้องพยายามทำให้ดีขึ้นครับ จะว่าไปแล้วการแสดงของผมคิดว่ายังไม่เก่ง ยังต้องมีอีกหลายจุดที่ต้องปรับปรุงเยอะแยะเลย
แสดงว่ามีความจริงจังมากขึ้น
เดิมทีผมก็เป็นคนที่มีความจริงจังอยู่แล้ว แต่พอเรายิ่งทำงานมากขึ้นผมก็อยากจะค้นหามากขึ้นยิ่งสนุกกับมันมากขึ้น โดยประสบการณ์ ผมว่าทุกคนก็เป็นนะ ตัวอย่างเช่นแรก ๆ คุณก็พิมพ์ดีดภาษาไทยได้อย่างเดียว แต่พอนานวันไปผมเชื่อว่าคุณก็ต้องอยากพิมพ์ดีดได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษแน่ หรืออยากพิมพ์ดีดให้เร็วกว่าเดิมอะไรแบบนี้ ทั้งนี้ เพราะคนเราทุกคนก็อยากจะเก่งขึ้นเรื่อย ๆ และ งานทุกรูปแบบต้องมีการ แข่งขันกับตัวเองมากกว่าจะไปแข่งขันกับคนอื่น เพราะการแข่งขันกับคนอื่นมันจะได้ผลกลับมาอีกแบบหนึ่ง ซึ่งผมว่าการแข่งขันกับตัวเองดูจะ ดีที่สุดครับ
แล้วทราบมาว่าชอบบทพระเอกที่ไม่ใช่พระเอก หมายความว่าอย่างไร
ก็คือคำว่า "พระเอก" มันเป็น นามธรรมดา มาก ๆ เลยจับต้องไม่ได้ว่าพระเอกคืออะไร ในละครเรื่องหนึ่งก็ล้วนเป็นคนทั้งนั้น และพระเอก ก็ล้วนเป็นคนทั้งนั้น และพระเอกก็คือคน ๆ หนึ่งในละครเรื่องนั้น เพียงแต่ว่ากล้องโฟกัสตรงนั้น และ เหตุการณ์นั้นที่คน ๆ หนึ่งหรือคนคู่หนึ่งที่อยู่ใน เหตุการณ์นั้น โดยมีองค์ประกอบเข้ามาช่วย ความคิดของผมถ้าพูดตรง ๆ ก็คือมีพระเอกบางคนที่เล่นดูจับต้องไม่ได้ แต่ผมอยากรับบทพระเอกที่มี ความเป็นมนุษย์..เป็นชาวบ้าน สมมุติว่าถ้าคันตรงไหนก็เกาได้..แคะขี้มูกได้..หาวได้ อยากรับบทพระเอกแบบนี้ครับ แต่ถ้ารับบทพระเอกที่มีพื้นฐานที่ดี ผมก็เข้าใจว่าคงจะทำอย่างนั้นไม่ได้
รู้มาว่าบท "ธีร์" ในละครเรื่อง "ฆาตกรกามเทพ" ก็เป็นบทพระเอกที่ป๋อชอบ
ครับ อย่างแรกที่ชอบก็คือ ได้เล่นกับน้องกบ (สุวนันท์) ซึ่งเคยร่วมงานกันมาก่อน ทีมงานก้น่ารักทุกคนสนิทกันมากทำให้รู้สึกสบายใจ ทุกครั้งที่เล่น ส่วนบทที่ได้รับก้เป็นบทที่ใกล้ตัวเอง มีนิสัยขี้เล่น แต่ผมก็ไม่รู้ว่าคนดูจะชอบหรือเปล่า เพราะละครเรื่องนี้มันกึ่งคอมมาดี้ด้วย เวลาเล่น จึงมีความโอเวอร์แอ็คติ้งสูง ผมก็เล่นตามบทละครที่ต้องกมาให้เป็นอย่างนั้น ถ้าถามถึงงานที่เห็นก็ยอมรับอยู่ในระดับพอใจที่ระดับหนึ่งครับ ซึ่งถ้า ดูดี ๆ บทธีร์ กับโชคผมพยายามสื่อออกมาให้เห็นว่ามีคาแร็คเตอร์ที่ต่างกัน แม้กระทั่งเสียงพูดที่ทุ้มกับแหลม..ลักษณะการมอง..รอยยิ้ม..ก็ต่างกัน ทั้งนี้ผมต้องการให้คนดูเห็นภาพชัด ๆ ว่าจริง ๆ แล้วพระเอกไม่ได้ความจำเสื่อม แต่เป็นการแกล้งมากกว่า..
มีเสียงติงให้ได้ยินมั้ยว่าไม่หล่อเลย ในช่วงผมยามหนวดเครายาวเฟื้อย
มีเยอะครับ ความจริงบทในเรื่องนี้แม้โกนหนวดเครา และตัดผมออกมาก็ดูไม่ค่อยหล่อเหมือนกัน แต่ผม ชอบตอนผมยาวหนวดเครา ยาวเฟื้อยนะครับ ผมว่ามันได้มีการเปลี่ยนตัวเองไปในทางที่เราพอใจ ไม่จำเป็นต้องเป็นพระเอกที่ต้องหล่อตลอดเวลา แต่ถ้าผู้ชมจะคิดอย่างนั้น ผมก็ว่าไม่ผิดถ้าอยากจะดูพระเอก-นางเอกหล่อ ๆ สวย ๆ แต่เพียงแต่ว่าเราก็พยายามสอดแทรกความเป็นธรรมชาติเข้าไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ผู้ชมได้ ลองเสพอย่างอื่นดูบ้างครับ
พูดถึงละครอีก 2 เรื่อง "จิตสังหาร" และ "สาวน้อย" ที่ถ่ายอยู่กันหน่อย
"จิตสังหาร" เป็นละครแอ็คชั่นที่จะเน้นเรื่องภาพโชว์เทคนิคเพราะในเรื่องจะต้องมีการเปลี่ยนหน้า ปลอมแปลงตัว คาดว่าจะเป็นงาน คุณภาพอีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้ทุกคนได้ดู เล่นเรื่องนี้ผมขอเทคเองเยอะมาก พี่โหน่งผู้กำกับก็เข้าใจว่าผมต้องการให้งานออกมาดี ส่วนละครเรื่อง "สาวน้อย" เป็นละครพีเรียดจะเน้นเรื่องอารมณ์มากกว่า ซึ่งในเรื่องนี้ผมจะต้องความจำเสื่อมจริง ๆ แต่คาดว่าคาแร็คเตอร์ที่จะเล่นคงไม่เปลี่ยนมาก นัก แต่อยากให้ชัดสักนิดหนึ่ง การที่ต้องถ่ายละคร 2 เรื่องพร้อม ๆ กันยอมรับว่าแรก ๆ ก็มีความสับสน แต่มาตอนนี้เราก็มีการพูดคุยแบ่งวันกัน ไปเลย 3 วันของเรื่องโน้น 4 วันของเรื่องนี้ ทั้งนี้เพื่อผมจะได้ปรับตัวได้ อีกทั้งถ้าเราสามารถวางคาแร็คเตอร์ของตัวละครตัวนั้นได้ ผมก็คิดว่าคงจะ ไม่มีปัญหาครับ
นางเอกที่ร่วมงานดูจะไม่ค่อยซ้ำเลยนะ

จะมีตอนนี้ก็แค่ กบ สุวนันท์ นับว่าเป็นความโชคดีของผมที่นางเอกแต่ละคน ที่ได้ร่วมงานมีฝีมือทั้งนั้นอย่างคนแรกก็ อ้อม พิยดา เป็นนักแสดงที่เก่ง พอเรื่องที่สองก็ กบ สุวนันท์ ก็เป็นนางเอกเบอร์หนึ่งแล้วก็มาได้เล่นกับ อั้ม พัชราภา ซึ่งเป็นนักแสดงที่เก่งอีกคนหนึ่ง เวลาแสดงจะมีความเป็นธรรมชาติสูง จะมีจริตจะก้านลูกเล่น นิด ๆ เป้นเสน่ห์ในการแสดงอย่างหนึ่ง ส่วน ทราย เจริญปุระ ก้เป็นนางเอกอีกคนที่ผมยอมรับในฝีมือ ตอนที่ได้อ่านเรื่อง "สาวน้อย" ผมรู้สึกว่าเหมาะกับทราย คิดว่าทรายน่าจะถ่ายทอดออกมาได้ดี และเมื่อได้แสดงด้วยกันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ทรายเล่นเรื่องอารมณ์ ออกมาได้ชัดเจนมาก .. จึงนับว่าเป็นการดีสำหรับผมที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับคนเก่ง ๆ มันก็ทำให้เราได้พัฒนาฝีมือไปด้วย
ป๋อรู้สึกอย่างไรกับเสียงชม และถูกโหวตให้เป็นนักแสดงที่นิสัยดี มีมนุษยสัมพันธ์ดี น่าเอาเป็นแบบอย่าง
ย่อมรุ้สึกดีมากสิครับ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผมได้เจอคนที่ดีก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชน เพื่อร่วมงานต่าง ๆ ก็ดี ๆ ทั้งนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่อง แปลกที่เราจะดีกับเค้าด้วย อีกทั้งผมว่าเราก็เป็นคนไทยการไปมาลาไหว้มันก็เป็นสิ่งที่ยังควรทำอยู่ การยกมือไหว้เราไม่ต้องเสียเงินสักบาท และการ ลงทุนด้วยรอยยิ้มมันก็เป็นการลงทุนที่ถูกมาก แต่ผลตอบรับกลับมาเราจะได้อย่างมหาศาลแลกอะไรได้หลายอย่างเลย ซึ่งที่ผมเป็นอย่างนี้ได้ก็ เพราะมีคนสอนผมมา ตั้งแต่คนรอบข้างคุณพ่อ คุณแม่ เพราะเมื่อก่อนผมก็เป็นคนไม่ค่อยยิ้ม แต่พอมาดูตัวเองก้รู้สึกว่าหน้าตาผมยิ้มดีกว่าไม่ยิ้ม ก็เลยคิดว่าควรจะยิ้มดีกว่า อีกทั้งครอบครัวผมเป็นคนต่างจังหวัดพ่อก็สอนว่าเจอผู้ใหญ่ควรทักทายยกมือไหว้และยิ้มให้ จะยิ้มร้อยครั้งก็ทำไปเถอะ แต่สักวันหนึ่งคุณก็จะได้ผลตบรับกลับมาแบบไม่รู้ตัว ซึ่งอย่างน้อยที่สุดคุณก็จะได้ความรู้สึกที่ดีกับคนที่เรายิ้มให้ใช่มั้ยครับ เพราะรูปพรรณสันฐาน ความหล่อความสวนไม่ได้อยู่คงทน แต่สัมพันธ์ภาพมันจะอยู่กับเราตราบนานเท่านาน ผมก็คิดอย่างนี้อีกทั้งเราจะต้องมีความจริงใจให้กับทุกคนด้วย เช่นกัน รวมไปด้วยครับ ฟังแล้วคุณพ่อคุณแม่คงภูมิใจในตัวป๋อมาก
ถ้าพูดภาษาชาวบ้าน คุณแม่ก็หน้าบานเลยครับ แต่คุณพ่อจะแค่อมยิ้มตามสไตล์ผู้ชายจะไม่ค่อยแสดงความรุ้สึก แต่เท่าที่รู้มาพ่อก็จะ ติดตามผลงานตลอด และเบื้องหลังมีพูด ๆ บ้าง ส่วนคุรแม่ปลื้อมากครับ การที่ถูกมองว่าเป็นคนดี และถูกคาดหวังมาก ๆ ทำให้อึดอัดมั้ย ถ้าพูดตรง ๆ ผมก็ไม่อยากให้ใครมาคาดหวังกับตัวเอง เพราะจริง ๆ ผมก็เป็นมนุษย์มีเลือดเนื้อ มีจิตใจเหมือนกันอาจมีรัก โลภ โกรธ หลง เหมือนคนอื่นทั่ว ๆ ไป เพียงแต่ว่าใครจะเลือกอารมณ์ไหนมาใช้ในการอยู่ในสังคม จะว่าไปแล้ว ผมก็ไม่ใช่คนดีเลิศเลออะไร เพียงแต่ว่าผมจะไม่ เลือกใช้อารมณ์ โกรธเวลาอยุ่ในสังคม แต่ก็จะเป็นคนที่เป็นตัวของตัวเองมากพอสมควรส่วนที่หลายคนมองว่านักแสดงชอบสร้างภาพ คำว่า "สร้างภาพ" ดูจะถูกตีเป็นแง่ลบไป แต่จริง ๆ แล้วผมว่านักแสดงถูกคนพยายามทำตัวให้มีกาลเทศะมากขึ้น ฉะนั้นผมมองว่านักแสดงที่พยายาม สร้างภาพก็พยายามให้ภาพออกมาดีไม่เห็นมีใครสร้างภาพเสียสักคน ผมว่าไม่ผิดถ้าใครจะทำ
และความรุ้สึกที่ถูกมองว่าตอนนี้เป็น "พระเอกเบอร์หนึ่ง" ของช่องล่ะ

ผมว่าทุกคนก้เป้นเบอร์หนึ่งหมด แต่ที่ผมมีงานแสดงมากในช่วงนี้อาจเป็นเพราะผมยังใหม่กับตรงนี้ ซึ่งมีแฟน ๆ ให้ความสนใจกับความ ใหม่ของผมแน่นอนตรงนี้ผมย่อมรู้สึกดี แต่ยังไงผมก็รู้สึกว่าพระเอกช่อง 7 สี ทุกคนก็มีความสามารถทั้งนั้น เท่าที่ได้สัมผัสหรือดูงานมาแต่ละคนก็มี ฝีมือเก่ง ๆ ทั้งนั้นผมคงต้องเรียนกับพี่ ๆ และน้อง ๆ หลาย ๆ คนที่มีฝีมือความสามารถในการแสดงสูงมาก คงต้องใช้เวลาปรับตัวและเรียนรู้การ ทำงานกับเค้าอีกเยอะ กลัวคนอิจฉาหรือไม่ คงไม่มีใครอิจฉาหรอกครับ ผมว่ามันเป็นเรื่องของการทำงานที่ทุกคนก็ต้องทำงานต้องการมีรายได้เท่านั้น ซึ่งผมเชื่อว่าที่ผ่านมาพระเอก ทุกคนที่เข้ามาต่างก็มีโอกาสเหมือนผมทุกคนที่จะได้เล่นละครดี ๆ แต่เป็นเพราะตอนนี้อาจจะเป็นช่วงของผมที่มีโอกาสได้ทำตรงนี้ ซึ่งผมก็จะพยายาม ทำให้เต็มที่ แต่ผมเชื่อว่าพระเองทุกคนนักแสดงทุกคนในช่อง 7 ก็ต้องตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด และเชื่อว่าเขาต้องมีงานที่ดีไม่น่าจะมีเรื่องของการ อิจฉากันเข้ามา
จากความที่ไม่เคยคาดหวัง แต่วันนี้ได้เป็นแล้วรู้สึกอย่างไร
มันเป็นอาชีพที่เปลี่ยนชีวิตผมไปเหมือนกัน จากคนที่ไม่มีใครรู้จักมันก็กลายเป็นคนที่มีคนรู้จักมาก มันจึงเป็นการบ้านชิ้นใหม่มากที่เรา จะต้องรักษามันไว้รักษาการปฏิบัติตัวให้ดีเพราะเราก็เหมือนเป็นหน้าเป็นตาให้กับช่องอยู่แล้ว ฉะนั้นจึงประมาทไม่ได้ ซึ่งผมก็ยืนอยู่บนความ ไม่ประมาทอยู่แล้วจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เรื่องร้องเพลงก็ทำได้ดีในจุดหนึ่ง มีแววจะเป็นนักร้องอีกอาชีพหนึ่งมั้ย จริง ๆ ผมเป็นคนชอบร้องเพลงมากมาตั้งแต่เด็ก ๆ พออยู่มหาวิทยาลัยฯ ผมก็จะตั้งวงกับเพื่อน ๆ โดยผมจะรับหน้าที่เป็นคนร้องทั้ง ๆ ที่ร้องไม่ค่อยดีก็จะร้องนะ เมื่อได้มีโอกาสมาร้องเพลงประกอบละครและได้รับการตอบรับที่ดีผมก็ดีใจนะ ทั้งนี้เพราะผมได้โปรดิวเซอร์ที่เก่ง อย่าง "พี่ไก่" สุธี แสงเสรีชนช่วยมาก ซึ่งถ้าถามผมว่าอยากเป็นนักร้องมั้ยบอกตรง ๆ ว่า .. ไม่รู้เพราะไม่คาดหวังแต่อะไรที่มันจะมาผมก็ว่ามันจะมาเอง แต่ผมก็รู้ว่าผมร้องเพลงยังมีจุดเสียเยอะ คือยังควบคุมลมหายใจไม่ได้ ทั้งนี้ความที่เราไม่เคยเรียนร้องเพลงถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากหาโอกาสเรียน ร้องเพลง ทั้งนี้ถ้ามีโอกาสได้เรียนร้องเพลงอีกจะได้ทำได้ถูต้องมีคุณภาพจริง ๆ แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่อมา แต่ถ้ามีมาผมก็คงต้องคิดหนัก เพราะโอกาสไม่ได้มากันง่ายใช่มั้ย แต่ถ้าพูดจากใจจริง ๆ ผมก็คงยังทำไม่ได้ เพราะช่อง 7 ก็ทำให้ผมมีตรงนี้ขึ้นมา คุณแดงก็ให้โอกาสผมเป็น นักแสดง ผมคงไม่สามารถไปเป้นนักร้องโดยยังไม่ได้ตอบแทนการเป็นแสดงที่ดีให้กับช่องก่อนผมก็รู้สึกไม่ดีแน่ครับ
คำถามสุดท้ายกับเรื่องส่วนตัว เมื่อไหร่จะมีข่าวดี

ตอนนี้พูดกันจริง ๆ ว่า ผมยังไม่ได้มองเป็นรูปเป็นร่างเลย เพราะว่าผมยังทำงานตรงนี้อยู่ เรื่องของเวลาก็ไม่มีความแน่นอน สถานะ ทางการเงินก็ยังไม่มีความมั่นคง จึงต้องใช้เวลากันอีกสักพักโดยผมคงต้องทำงานเก็บเงินไปเรื่อย ๆ จนตัวเองมีความพร้อมทางด้านการเงิน และ อาชีพก่อน คาดว่าตัวเลขคงเข้าเลข 3 แน่นอนถึงจะคิดเรื่องนี้ ตอนนี้ผมอายุ 27 ปี คงต้องขอใช้เวลา 3 ปีในการทำงาน เพราะตอนนี้มันเป็นสิ่งสำคัญ ในชีวิตก่อน ส่วนเรื่องหัวใจ และ ครอบครัวมันเป็นเรื่องรองในอนาคตแน่นอนครับ
                                                                                                                                                 จาก นิตยสารดาราภาพยนต์
                                                                                                                                                 ขอบคุณ คุณ wilai waiyakool
                                                                                                                                                              <wilai123@hotmail.com>